Noel Gallagher กับ 50 วิวาทะ สุดแสบสะท้านทรวง!

เขียนโดย Ittikorn S.

ถ้าวง Oasis ไม่มี Noel Gallagher บางทีวงอาจจะไม่กลายเป็นตำนาน และเป็นเจ้าของเพลงฮิตมากมายอย่างที่เห็น ไม่เพียงฝีไม้ลายมือในการเล่นกีตาร์ และแต่งเพลงอันยอดเยี่ยม แต่สำนวนการพูดการจาของ Noel ก็แสบสันต์เราะร้าย ไม่แพ้น้องชายอย่าง Liam Gallagher เลยแม้แต่น้อย ในวาระที่วันนี้ 29 พฤษภาคม 2018 เป็นวันครบรอบวันเกิดปีที่ 51 ของเฮียแก เราเลยรวบรวม วิวาทะ เหล่านั้นมาให้อ่านกันขำๆ 51 รายการด้วยกัน หวังว่าคงทำให้คุณรู้จักความเป็น Noel มากขึ้น (ย้ำว่าอ่านเพื่อความบันเทิง ทุกอย่างเป็นความเห็นเฉพาะตัวของศิลปิน

1) “ผมใช้เวลาร่วม 20 ปี ในวง ทำอัลบั้มออกมาโดยเคารพความเห็นทุกคน ผมแม่งต้องเป็นบ้าแน่ๆ ถ้ายังทำอะไรแบบนั้นจนถึงตอนนี้ Oasis จะเป็นวงที่เจ๋งที่สุดได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในความรับผิดชอบของผมเท่านั้น”

2) “ผมคิดไม่ออก ใครจะอยากเป็น Brian Wilson ซึ่งวันๆ ต้องนั่งแต่อยู่ในสตูดิโอกับผ้ากันเปื้อน ไม่ได้ออกทัวร์ น่าเบื่อสัส”

3) “ตอนคุณอายุ 24 และอยู่ในวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก คุณสามารถทำเพลงออกมาโดยไม่ต้องแคร์อะไรมาก แต่พอคุณอายุ 47 แล้วกลายเป็นศิลปินเดี่ยว มันแตกต่างเหลือเกิน คุณอาจจะกลายเป็นพวกเรื่องมาก น่ารำคาญ นั่นแหละคือสิ่งที่เกิดขึ้น”

4) “ทำไมคุณต้องเข้าไปโรงพยาบาลแล้วจ่ายเงินแพงๆ ให้กับใครก็ไม่รู้ เพื่อเล่าเรื่องราวของตัวคุณที่คุณควรรู้เกี่ยวกับตัวเอง เอาเงินมาให้ผมดีกว่า เดี๋ยวผมจะเรียบเรียงมันออกมาให้คุณฟังเอง”

5) “ทักษะการเล่นกีตาร์ของผมนะเหรอ เยี่ยมโคตรๆ เลยหล่ะคุณเอ๋ย”

6) “ผมคงเลือกไปดื่มน้ำมันจากหัวจ่ายในอู่ซ่อมมากกว่าจะนั่งฟังบทสัมภาษณ์น่ารำคาญของ Alex Turner วง Arctic Monkeys”

7) “ไม่ ผมจะไม่ทนอยู่ในงานแกรมมี่เด็ดขาด ทุกคนดีเกินไป คุณไม่สามารถอยู่ในห้องที่อัดคนไว้ 5,000 คน แล้วแต่ละคนก็เป็นแฟนคลับกันเองได้หรอก”

8) “ควรจะมีใครสักคนซื้อพจนานุกรมไปให้ Kanye West ได้แล้ว เพื่อที่เขาจะได้เปิดดูความหมายของคำว่า “ศิลปะ” ถ้าหาซื้อไม่ได้ก็มาเอาไปจากผมนี่ ผมจะแถมลายเซ็นลงไปให้ด้วย”

9) “ในงาน Brit Awards คุณอาจจะนั่งร่วมโต๊ะกับคนจากบริษัทประกันภัย ผมเคยถามคนข้างๆ ว่า “คุณมาจากไหน? ค่ายเพลงคลาสสิกเหรอ?” แล้วเขาก็ตอบกลับมาว่า “เปล่า ผมมาจาก AIG” เยี่ยมมั้ยหล่ะ นี่ผมมาทำอะไรอยู่ที่งานบ้านี่ว่ะ”

10) “อย่างนึงที่ผมมีความเห็นเหมือนกับ Liam Gallagher ก็คือ ดราเกลียดทรงผมของ บิลลี โจ อาร์มสตรอง”

11) “ไม่รู้เป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่าที่พอสังกัดอินดี้ถูกซื้อโดยค่ายใหญ่ จากนั้นทุกอย่างก็กลายเป็นความน่าเบื่อเหมือนๆ กันไปหมด”
 
12) “เพลงป็อปสมัยใหม่แม่งโคตรซ้ำซาก มันแทบจะแยกงานของแต่ละคนออกจากกันไม่ได้ ถ้าเปรียบวงพวกนี้ถ้าเป็นสี มันคงเป็นสีพื้นๆ อย่างสีเบจ”
 
13) “คุณจะมาโทษร็อกสตาร์เรื่องทำให้โลกร้อนขึ้นอย่างเดียวไม่ได้หรอก ในเมื่อคนจีน อินเดีย และอเมริกัน ปล่อยมลพิษขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศมาตั้ง 100 ปีก่อนแล้ว”
 
14) “ผมไม่แจกเพลงให้คนฟังฟรีแน่ๆ ต่อให้ไม่มีใครจ่ายเงินซื้อเพลงของผมเลยก็ตาม ผมก็จะไม่ปล่อยมันออกไปให้ฟังฟรีๆ”
 
15) “การทำอัลบั้มควรจะเป็นสิ่งที่สนุก ผมจำได้ว่าเคยเห็นวง Radiohead อยู่บนหน้าปกแม็กกาซีน ตอนพวกเขาออกอัลบั้ม In Rainbows พร้อมข้อความพาดหัวว่า ‘Radiohead : ความเจ็บปวด’ แล้วผมก็คิดทันที ‘ทำไมพวกมึงไม่ไปพักผ่อนกันเสียบ้างว่ะ มึงร้องอะไรให้เด็กฟัง ความเจ็บปวดเนี่ยนะเอามาทำเพลง มึงไหวป่ะเนี่ย’ ผมไม่ซื้อมันเด็ดขาด ถ้าคุณหัวเราะไม่เป็น อย่ามาทำมาเพลงดีกว่า”
 
16) “Liam เกิดมาเพื่อเป็นไอ้ตอแหล”
 
17) “Liam พยายามอย่างหนักเพื่อทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในวง นั่นคือสิ่งที่ผมเห็น แล้วแม่งก็ไม่ชอบไปทัวร์อเมริกาด้วย ไม่รู้กลัวอะไรนักหนา”
 
18) “Liam ทั้งหยาบ ทั้งยิ่ง ขี้เกียจเป็นที่หนึ่ง แล้วก็เกรี้ยวกราดพร่ำเพรื่อ ไอ้หมอนี่มันเหมือนช้อนที่คนอยู่ในน้ำซุบน่ะ ระรานไปทั่ว ไม่มีคำใดนิยามความบ้าของมันได้หรอก”
 
19) “ผมเข้ากันไม่ได้เลยกับพวกศิลปินที่ไม่เคยแต่งเพลงด้วยตัวเอง”
 
20) “สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของ Kaiser Chiefs ก็คือพวกมันไม่เจ๋งจริง แต่เสือกชอบสร้างภาพ แล้วนั่งเก็กอยู่อยู่บนที่สูง ซึ่งไม่ได้มีความหมายลึกล้ำอะไรเลย เพลงของพวกนี้ไม่ได้สื่อความหมายถึงอะไร หรือกับใครเลย นอกจากแฟนสาวแนวสก็อยของพวกแม่งอะแหละ”
21) งานของ Adele กับ Emeli Sandé สำหรับผม ไม่ต่างอะไรกับเพลงของคุณยาย”
 
22) ผมไม่ฟังอัลบั้ม Reflektor ของ Arcade Fire หรอก ยุคนี้ยังมีคนทำอัลบั้มคู่ออกมาอีกเหรอเนี่ย นี่ไม่ใช่ยุค 70 นะเว้ยเฮ้ย ลองไปถาม Billy Corgan ดูสิ ทำอัลบั้มคู่แล้วเป็นยังไง ใครมันจะไปมีเวลาฟัง นี่ปี 2013 แล้ว อัลบั้มเดี่ยว 45 นาทีดีกว่ามั้ย นี่คนพวกนี้คิดว่าผู้คนยังนั่งฟังอัลบั้มที่ยาวชั่วโมงครึ่งอยู่อีกเหรอว่ะ”
 
23) “ผมเป็นคนที่ไม่ชอบเพลงฮิพฮอพสมัยใหม่ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าผมเกลียดแร๊พเปอร์ หรือคนที่ฟังเพลงพวกนี้เสียทั้งหมดนt ยุค 80 ผมเคยไปดูคอนเสิร์ตของค่าย Def Jam ตอนมาทัวร์ในแมนเชสเตอร์ โคตรสุดยอดเลย โดยเฉพาะวง Public Enemy แต่สำหรับปัจจุบัน ฮิพฮอพ มันไม่ได้สื่อสารอะไรกับผมแล้ว”
 
24) “Eminem แม่งโคตรกาก 50 Cent ก็เหมือนกัน เป็นแคเร็กเตอร์ของนักร้องที่น่ารังเกียจที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในชีวิตนี้เลย”
 
25) “Apple มาเพื่อทำลายโลกใบนี้ชัดๆ วัฒนธรรมอันสวยงามของวัยรุ่นไม่เหลือแล้ว ทุกอย่างล้วนฝังรากอยู่ที่อุปกรณ์ของ Apple ทุกวันนี้เหมือน Apple กำลังขับเคลื่อนวัฒนธรรมของหนุ่มสาว ไม่ใช่คนหนุ่มสาวที่สร้างวัฒนธรรมของตัวเองขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนโลกเหมือนอย่างในอดีต”
 
26) “คำว่า Cool ไม่ใช่การยืนอยู่ตรงหัวมุมพร้อมแว่นกันแดดแล้วดูดบุหรี่ ดื่มแชมเปญ หรือพูดประโยคเท่ๆ จากนิยายของ Jack Kerouac เพราะ Cool ไม่ใช่สิ่งที่คุณพ่นออกจากปาก ไม่ใช่เสื้อที่คุณใส่ อันที่จริงคำว่า Cool เองแม่งก็ไม่ได้ Cool”
 
27) “ผมเคยฟังเพลง ‘I Hate Myself and I Want to Die’ แล้วไม่เข้าใจว่ะ ผมไม่สามารถนึกภาพของอเมริกันร็อกสตาร์ (Kurt Cobain) ที่ทุกคนยกย่องว่าอัจฉริยะ กับเงินที่ใช้ยังไงก็ไม่หมด นั่งตีอกชกหัวอยู่ในคฤหาสน์ของตัวเองแล้วบอกว่าอยากตาย คุณจะอยากตายไปเพื่ออะไร?”
 
28) “ปี 2005 ผมไปบันทึกเสียงอัลบั้ม Don’t Believe the Truth ที่แอลเอ แล้วอยู่ดีๆ พนักงานต้อนรับก็โทรมาแจ้งว่า ‘คอร์ตนีย์ เลิฟ กำลังเดินเข้ามา” ผมรู้ว่าเลียมน่าจะอยู่แถวล็อบบี้ แล้วในหัวก็คิดว่า ‘เออ สุดยอด แม่งเป็นการพบเจอที่เหมาะสมกันแล้วหล่ะ’ จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเธอดังแว่วมา ‘โนลอยู่ไหนล่ะ ฉันอยากเจอโนล’ เท่านั้นแหละ ผมรีบคว้าซิการ์ เผ่นออกทางประตูหลัง ดิ่งตรงกลับไปโรงแรม แล้วล็อกประตูทันที ความรู้สึกมันแบบ ‘กูรับมือกับความแว๊ดๆของนางคนนี่ไม่ไหวแน่ นรกชัดๆ ไม่มีทางเลย’”
 
29) “ผู้คนชอบเพลงของ Coldplay แต่ไม่ได้รักพวกเขา ผู้คนชอบเพลงของ U2 แต่ไม่ได้รักวง แต่ผู้คนรัก Oasis กันชิบหายเลย นั่นแหละคือสิ่งที่เกิดขึ้น รู้ไว้ซะว่าความสัมพันธ์ของ Oasis กับแฟนๆ มันมากกว่าเรื่องของดนตรี”
 
30) “ผมเพิ่งซื้อแจ็คเก็ตที่แจ่มมากๆ มาตัวนึงจากญี่ปุ่น แต่เมื่อวานมีแฟนเพลงมารุมล้อมขอลายเซ็นจนแถวยึกยือเลย ทุกคนล้วนมีปากกาอยู่ในมือ แล้วก็มีไอ้เสร่อคนนึงเสือกตวัดปากกาลงบนเสื้อแจ็คเก็ตตัวสวยของผมเต็มๆ แม่งเอ๊ย! ระยำบัดซบจริงๆ นี่คือจุดต่ำสุดของการเป็นคนมีชื่อเสียงแล้วมังครับ”
31) “ผมควรจะดีใจไหมเนี่ย ที่ตัวเองมีชีวิตยืนยาวมาจนได้ฟังวงสุดห่วยแตกอย่าง Sum 41”
 
32) “บลูส์คือต้นกำเนิดของร็อกแอนด์โรลล์ แต่แจ๊สสำหรับผมน่าเบื่อ”
 
33) “ผมมักได้ยินคนเปรียบเทียบในทำนองที่ว่า วง Blur เทียบได้กับ The Beatles ส่วน Oasis นั้นคือ The Rolling Stones ความจริงแล้ว เรานี่แหละที่เป็นทั้ง Beatles และ Stones ส่วนไอ้พวกนั้นหน่ะ เป็นได้แค่วง The Monkees เท่านั้นแหละ”
 
34) “เวลาอยู่ในคอนเสิร์ต พวกนักข่าวจาก NME สังเกตง่ายมาก พวกเขามักจะมาพร้อมเสื้อผ้าสุดเห่ย รองเท้าสกปรกๆ และผมทรงยุ่งเหยิง”
 
35) “น่าเศร้าแทนศิลปินวัยรุ่นหญิงหลายคนในยุคนี้ ความรู้สึกเหมือนผมอยากจะเข้าไปบอกเด็กเหล่านี้ว่า ‘แทนที่จะมาทำตัวเร้าใจในมิวสิควิดีโอ กลับไปทำเพลงให้ดีก่อนจะดีกว่าไหม เขียนเพลงที่มันโคตรเจ๋งหน่ะ ผมคิดว่านั่นน่าจะทำให้คุณเป็นศิลปินดูดีขึ้นเองเวลาโผล่มาในทีวี’ จำได้ว่าผมเห็น Miley Cyrus ในทีวี แล้วความรู้สึกก็แบบ ‘นั่นมันบ้าอะไรว่ะหน่ะ กูไม่เข้าใจ’”
 
36) “พวกนักข่าวก็ดีแต่รอให้เราทำอะไรผิดพลาดร้ายแรงขึ้นมา และก็หวังว่าตัวเองจะได้อยู่ในเหตุการณ์ตอนมันเกิดขึ้น ซึ่งศิลปินอย่างเราต้องล้ำหน้าพวกนี้อยู่หนึ่งก้าวเสมอ อย่าให้มันตามทัน”
 
 
37) “แจ็ก ไวท์ เพิ่งทำเพลงให้กับน้ำอัดลม Coca-Cola ทำไมมันไม่เป็นนายแบบในโปสเตอร์ไปเสียด้วยเลยว่ะ แม่งพลาดมาก โดยเฉพาะกับ Coca-Cola เนี่ย แทบไม่ต่างอะไรกับคุณไปเล่นเพลงให้คนฟังตามร้านแม็คโดนัล”
 
38) “ไม่สำคัญว่า ทอม ยอร์ก (วง Radiohead) จะอยู่ในวงการมานานแค่ไหน พวกเราทุกคนพบจุดจบเหมือนกันหมด สุดท้ายคนก็จะยังมาโกนให้ร้องเพลง ‘Creep’ เหมือนเดิมอยู่ดี ไม่เชื่อลองไปดูสิ”
 
39) “ทำไมกูต้องไปออกรายการวิทยุตอน 7 โมงเช้าด้วยว่ะ ใครแม่งเสือกตื่นมาฟังวิทยุตอน 7 เช้าโมงเนี่ย มีด้วยเหรอ ไอ้พวกหน้าฮีนั่นมันคือใคร?”
 
40) “คุณรู้จักเพลง ‘Left Hand Free’ ของวง Alt-J ไหม? มันเป็นเพลงที่โคตรเยี่ยมเลย ผมจ่ายเงิน 79 เพนนี เพื่อฟังมันเลยนะ แต่ผมจะไม่เป็นแฟนเพลงของ Alt-J เด็ดขาด หนึ่งในสมาชิกวงมีหนวดจิ๋มด้วยว่ะ ผมรับไม่ได้”
41) “สำหรับผมการอ่านนิยายเป็นเรื่องเสียเวลาชีวิตชิบหาย ผมหยุดสงสัยเกี่ยวกับความสมจริงของมันไม่ได้ทุกที อ่านไปผมก็คิดไปตลอด ‘นี่แม่งโคตรจะเพ้อเจ้อเลย’”
 
42) “คุณไม่จำเป็นต้องเก่งหรอกถ้าอยากจะประสบความสำเร็จ ลองดู Phil Collins เป็นตัวอย่างสิ”
 
43) “ผมรู้จัก Lady Gaga แค่อัลบั้มแรกชุดเดียวเท่านั้น เพราะเมียกับลูกของผมชอบเธอ และผมก็ไม่ได้ฟังงานของเธอเลยนับแต่นั้น บางทีตอนนี้เธออาจกำลังนั่งอึใส่ไข่ต้ม จากนั้นก็มีบางคนเอาแม่งไปแช่แข็งแล้วเรียกว่าเป็นงานศิลปะ”
 
44) “ในวง Oasis ผมไม่เคยสั่งว่าห้ามใครแต่งเพลง ประตูสำหรับเรื่องนี้เปิดให้ทุกคนตลอดเวลา แต่ดูเหมือนว่า 10 ปีแรก ไม่มีใครสนใจจะทำมันเลย”
 
45) “อันที่จริงผมคิดว่ามือกีตาร์ของวง Blur เป็นคนที่โอเค และมีฝีมือกีตาร์ระดับอัจฉริยะ ส่วนมือกลองกับมือเบส ตอนแรกผมคิดว่าต้องเป็นพวกหน้าฮีแน่นอน ปรากกฎว่าก็โอเคทั้งคู่เหมือนกัน แต่ไงก็เถอะ ผมไม่ชอบเพลงของวง ไม่ชอบนักร้องนำ”
 
46) “จำได้ว่าผมเคยไปเดินซื้อของในเมือง Camden แล้วก็เจอกับผู้หญิงคนนึง เธอบอกว่าเป็นสไตล์ลิสต์ให้กับวง Sleeper ผมแปลกใจมาก เลยถามว่า ‘เดี๋ยวนะ ไอ้วงนี้ตัวเหม็นอับกัญชาตลอดเวลา ต้องใช้สไตล์ลิสต์ด้วยเหรอ แล้วสไตล์ไหนกันที่พวกมันต้องการ’ แต่ไม่ทันที่เธอจะตอบ ผมก็คิดออก ‘อ้อ จริงสินะ ผมไม่แปลกใจที่ลุ๊คพวกเขาเป็นแบบนั้น ก็คุณยังแต่งตัวให้ตัวเองไม่ได้เลย’”
 
47) “ความสำเร็จทำลายผู้คนได้ เพราะคนวิ่งตามมัน ซึ่งมันทำให้คุณเป็นบ้า”
 
48) “ผมไม่สนใจว่าอินเตอร์เน็ทบอกอะไร 99.9999% ของคนในเน็ต มักจะเป็นพวกงี่เง่าเสมอ รวมถึงทวิตเตอร์ก็ไม่เป็นผลดีกับผมเท่าไหร่ เพราะผมชอบแสดงออกทางความคิดของตัวเองมากเกินไป รู้ตัวเลยว่าถ้าผมใช้ทวิตเตอร์ตลอดเวลา ชีวิตผมต้องไปจบลงในคุกแน่นอน”
 
49) “การเขียนเพลง คือสิ่งที่ผมจะทำ ถ้าพูดถึงคำว่าร็อกแอนด์โรลล์ ไม่เกี่ยวกับเหล้ายา หรือพฤติกรรมห่ามๆ อะไรทั้งสิ้นหรอก”
 
50) “ถ้าจะสรุปอาชีพของผมในวง Oasis ด้วยหนัง คงเป็นหนังอย่าง The Wolf of Wall Street กับ Saving Private Ryan มันเต็มไปด้วยเรื่องของการต่อสู้และความสับสนวุ่นวาย”